สวัสดีขอรับทุกๆท่าน ข้าน้อยสิบโท (Sergeant) ยามประจำป่าไผ่แห่งนี้จ๊ะ

 วันนี้ก็เป็นเวร(กรรม)ของข้าน้อยที่จะต้องมาอัพบล๊อกของ แบมบูราฟโซดี้ เนื่องจากท่านเปาเปาเค้าไม่สบายเป็นโรคขี้เกียจขึ้นสมอง ซึ่งโดยส่วนตัวของสิบโทแล้ว เป็นคนที่ไร้สาระไปวันๆ จึงเป็นการยากที่จะหาเรื่องที่มีสาระมาพิมพ์ลงในบล๊อก ดังนั้นสิบโทจึงขอมานั่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับโรคๆหนึ่ง(ไม่ใช่โรคโกรธที่แคบนะ) ที่ประสบพบเจอกับตัวเองมาหลายปี ซึ่งผู้เขียนบล๊อกมีความคาดหมายเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้สาระและประโยชน์จากการอ่านบทความนี้ไป ไม่มากก็น้อย หรือถ้าไม่น้อยก็ไม่ได้อะไรเลย (เอาล่ะ จบส่วนของคำนำแล้ว ต่อไปขึ้นสารบัญ)

 

โรคหายใจไม่ออก

บทความนี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วย หรือเพื่อนของผู้ป่วย ที่ป่วยเป็นโรคเหี้ยมปริศนา ที่มีอาการดังนี้...

หายใจไม่ออก + หายใจไม่อิ่ม + หายใจไม่สุด + หายใจแล้วทรมานชิบถ้าหายๆไปจากโลกนี้ได้น่าจะสบายกว่า

ชื่อของโรคนี้ไม่แน่ชัด ในที่นี้ขอตั้งชื่อใช้แก้ขัดไปก่อนว่า "โรคหายใจไม่ออก" ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้>>> วันหนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกว่าหายใจลำบาก เขาเริ่มหายใจทางจมูกไม่ออก เขาต้องใช้ปากช่วยหายใจ ซึ่ง... ปกติคนเราเวลาหายใจ จะไม่ค่อยรู้ตัว หรือไม่มีสติระลึกว่า ตัวเองกำลังหายใจอยู่ ซึ่งนั่นทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ได้แบบสบายใจ แต่ลองคิดดูสิ... ผู้ป่วยประเภทนี้ จะต้องพยายามหายใจอยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆคือ แทบจะต้องสนใจกับทุกลมหายใจเข้าออกของตัวเองเลยก็ว่าได้!! เหี้ยมมาก!!! โดยผู้ป่วย จะเริ่มมีอาการของโรคเลเวลอัพไปเรื่อยๆ ซึ่งพอๆจะแยกได้เป็น 3 ระยะดังนี้

1.ระยะแรก
ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายใจกับอาหารหายใจของตน เริ่มรู้สึกหายใจลำบาก หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด แต่ยังสามารถดันทุรังใช้ชีวิตต่อไปได้เหมือนคนปกติ

2.ระยะออกอาการ
เนื่องจากผู้ป่วยรู้สึกว่า หายใจลำบาก หายใจไม่เข้า หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด คือหายใจให้ลึกๆแบบคนปกติไม่ได้ หรือลำบากมาก ต้องหายใจแบบ"ถี่ๆ" หรือต้องพยายามหายใจลึกๆให้ได้ อาการนี้เกิดจาก"ความกลัวตาย"ประกอบกับ"อยากหายใจได้แบบแต่ก่อน"ของผู้ป่วย ซึ่งสุดท้าย อาการที่เห็นชัดๆเลยก็คือ ผู้ป่วยแทบจะหาวอยู่ตลอดเวลา คนข้างๆจะทักบ่อยๆว่า "เธอไม่ค่อยได้นอนเหรอ เห็นง่วงอยู่ตลอดเวลา" แต่จริงๆแล้ว กุกำลังจะตายตะหาก!! ต้องพยายามดูดอากาศเข้าไปด้วยการหาวตลอดเวลาเฟ้ย!!

3.ระยะกระแด่วกระแด่ว
ระยะนี้ส่วนมาก จะเป็นในผู้ป่วยที่เป็นโรคเหี้ยมลึกนี้มานานมาก บางรายอาจเป็นนานถึง 5-10ปี บางรายเป็นแค่ 1-2ปีก็เริ่มออกลวดลาย ความรู้สึกของผู้ป่วยในระยะนี้คือ เริ่มสิ้นหวังในชีวิต เนื่องจากหาหมอมาเป็นร้อย แม่งก็ให้แต่ยาคลายเครียด แล้วบอกให้เลิกเครียดซะทีน้า จะได้ดีต่อสุขภาพ>>> ผู้ป่วยเลยยิ่งเครียดเลย เพราะเครียดที่ไม่รู้ว่าตัวเองเครียดเรื่องอะไร "หมอมันบอกว่ากุหายใจไม่ออกเพราะเครียด!! แล้วกุเครียดเรื่องอะไรวะ!!!!!?" ซึ่งผู้ป่วยส่วนมาก ก็จะเคยไปหาหมอผีมาแล้วทั้งนั้น แต่ไล่ผีไม่เคยออก มันจะออกได้ไง... ถึงมันจะเหี้ยมลึก แต่มันเป็นโรค ไม่ใช่ผีเกาะไหล่ จะบ้าเหรอ... ระยะนี้ ผู้ป่วยจะออกอาการหนักมาก อาจถึงขั้นต้องวิ่งไปโรงบาล แล้วบอกหมอว่า "กุจะตายแล้ว ช่วยกุที!! หายใจไม่ออก!!!" จากนั้น หมอจะนำคุณไปตรวจสภาพปอด และไปเอ๊กซเรย์ และอื่นๆ แล้วเดินกลับมาบอกคุณว่า "คุณสบายดีครับ แข็งแรงดี จ่ายเงินค่าตรวจมา ฟาย" แล้วคุณก็จะต้องคลานกระแด่วกระแด่วกลับบ้านไป "อ... อ๊อก... กุ.... กุ.... สบายดี.... กุแข็ง...แรง...อึ๊ก..........แอ๊ะ...." และสิ้นใจลง ณ ที่ตรงนั้น (ผมเชื่อเลยว่า ใครที่ป่วยมาถึงจุดนี้ อยากตายกันทุกคนแหล่ะครับ)

 

ซึ่งตัวข้าน้อยเองนั้น เป็นโรคหายใจไม่ออกนี้ มาเป็นเวลา 3 ปีนิดๆเห็นจะได้ ก็เข้าระยะสามไปเรียบร้อย หามาหมดแล้วทั้งหมอคนหมอผีหมอปากดีหมอเทพๆ แล้วก็ไม่หาย ก็เลยกะว่าจะวัดดวงว่า ตูหรือโรคมันจะหายไปก่อนกัน... ตลอดเวลา 3 ปีนั้น ข้าน้อยเคยเชื่อว่า Google สามารถบันดาลทุกสิ่งให้ท่านได้ วิธีการรักษาโรคหายใจไม่ออก มันก็ต้องมีสิวะ!!! แต่หลังจากข้าน้อยลองเสิร์จๆดู กลับพบว่า.... ตูมีเพื่อนเพียบเลยว่ะ.... ได้ความมาว่า คนที่เป็นโรคเหมือนๆกับข้าน้อยมีเป็นร้อยๆเลยขอรับ บางคนนี่เป็นมาสิบๆปีแล้วด้วย รุ่นพี่รุ่นน้องมีเต็มไปหมด แหม น่าภูมิใจ...

แต่แล้ว เมื่ออาการรุมเร้าถึงขีดสุด ในขณะที่ตัวเองก็ต้องทำงานไปด้วย... ชีวิตมันเริ่มสลดครับ ไม่ต้องคิดจะห่วงงาน หรือห่วงใครหรอก แค่ทุกลมหายใจที่พ่นๆอยู่เนี้ย ก็ระทึกแทบทุกลมหายใจแล้วครับ ว่าจะตายเมื่อไหร่ (แต่ก็แอบรู้ในใจว่า มันไม่ตายง่ายๆหรอก คงทรมานไปอีกนาน) เพื่อนๆมันก็ยังไม่เข้าใจครับ มาล้อๆ เอ้ย เมิงก็อย่าเครียดดิว้า~ (แต่ข้าน้อยพูดไรไม่ออกครับ... มันไม่ใช่เรา มันไม่มีวันรู้หรอก...)

 

และแล้ว... ก็มีวันหนึ่ง เหลือบไปดูที่ตู้ยาในบ้านของตัวเอง (พอดีที่บ้านเป็นร้านขายยาน่ะขอรับ) มันเป็นกล่องยารูป คนถือขวดอะไรสักอย่างสอดเข้าไปในจมูก เลยถามแม่ว่า "ยากล่องนี้มันเป็นเยี่ยงไรฤ มารดา" แม่จึงบอกว่า อ้อ มันเป็นยาพ่น ที่ทำให้จมูกโล่งน่ะ ลองเอาไปพ่นๆดูไหม ข้าน้อยจึงรับมา มันเป็นยาชื่อ iliadin

"พรวด"

หลังจากพ่นยาใส่จมูกทั้งสองไปแล้วรอยาออกฤทธิ์ 3 นาที คล้ายๆบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็พบว่า

แม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ้ยยยยย

ตูได้เกิดใหม่เป็นโกลด์เซนต์แล้ว!!!!!!!!
หลังจากนั้น....สิบโทก็อยู่กับยา iliadin นั้น อย่างมีความสุขตลอดไป จบ

 

ข้าน้อยพอสรุปอาการของโรคนี้ได้ว่า

1.จมูกของคุณ เริ่มตัน แต่คุณยังไม่รู้ตัวว่ามันตันกว่าแต่ก่อน คุณจะยังสูดลมหายใจได้เหมือนปกติ แต่ลำบากขึ้นกว่าเก่า เพราะผมบอกแล้วว่ามันเริ่มตัน...

2.พอมันตันมากๆ คุณจะเริ่มหายใจด้วยจมูกลำบาก จนคุณต้องใช้ปากช่วย แต่คุณก็ยังหายใจทางจมูกได้บ้าง

3.พอคุณใช้ปากช่วยมากๆเข้า คุณจะเริ่มตามหาลมหายใจอันสดชื่นเหมือนแต่ก่อน โดยการพยายามบังคับตัวเองให้สูดอากาศเข้าไปมากๆ ซึ่งคุณจะต้องการอากาศมากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป คุณจะสูดอากาศไม่ไหว และเริ่มหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สุด หายใจไม่เต็มปอด จากนั้นจะเริ่มหาววอดๆ

4.คุณหาววอดๆไม่ไหว และล้มลงดิ้นกระแด่วๆและสิ้นใจลง ณ ที่แห่งนั้น

 

ซึ่ง........................เรื่องปัญญานิ่มแต่เหี้ยมลึกนี้มันเกิดจากเรื่องขี้ประติ๋วแค่ คุณจมูกตัน!!!

ดังนั้น... หากใครที่ได้พบเจอกระทู้แฉโรคสุดเหี้ยมนี้ แล้วดันมีอาการแบบนี้ซะเอง หรือมีญาติ หรือมีเพื่อน หรือมีคนในปาร์ตี้ ที่ป่วยเป็นโรคหายใจไม่ออกอยู่ล่ะก็ อย่ารอช้า!! สั่งให้มันวิ่งไปซื้อยาพ่นจมูกที่ร้านขายยาทั่วไปซะให้ว่องไว!! มันอาจมีสิทธิ์หายขาดจากโรคเหี้ยมนี้ในบัดดล! ปฏิบัติ! หนึ่ง! สอง!!

 

ป.ล.บทความนี้ ขออุทิศให้แก่ผู้ป่วยโรคเหี้ยมลึกเฉกเช่นสิบโททุกคน ขอให้ท่านโชคดี!! บ้ายบาย~
ป.ล.2 วันนี้ทำไมมันมาสาระๆพิกล แกคือสิบโทตัวปลอมนี่หว่า!!?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใช่โรคที่หายใจเอาอ๊อกซิเจนเข้าไปมากไปรึปล่าวอ่ะ -*-
ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าหายใจไม่ออก เค้าให้เอาถุงกระดาษ
หรือฉุกเฉินจริงๆก็ผ้าชุบน้ำ

ครอบปากกับจมูกแล้วสูดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์กลับเข้าไป
(แต่อย่าให้ถุงพลาสติกเน้อเด๋วได้หยุดหายใจไปจริงๆ )

แต่ถ้าคนละโรค ก็พ่นจมูกเอาละกันน้าสิบโท

เราเคยรากฟันหน้าอักเสบมันบวนจนหมูกตันไปข้าง เหอะๆ อีกข้างก็เกือบไปละ อันนี้ยาพ่นก็ช่วยไม่ได้sad smile

#1 By เนือย on 2008-07-29 17:14

คุณ จมูกตัน!!!!
โหะๆๆๆๆๆ อย่างมากเราก็ไม่เป็นเยี่ยงนี้ = =d+

#2 By ReSeZ on 2008-07-31 10:26

เป็นโรคนี้เหมือนกันค่ะ หลายปีแล้ว จะบ้าตาย!!!

แต่ไม่มีใครเข้าใจเลย T_T แม้แต่หมอ
อ่านแล้วโดนจิงๆ โดนทุกข้อความ

ขอบคุณนะคะสำหรับบทความ
ขอให้เราเป็นผู้โชคดีคนต่อไป อิอิ ^_^
^_มีหวังแล้วตรู_^

#3 By WazabiZa (58.10.155.120) on 2008-08-20 11:14

สุดยอดมาก ผมเป็นระยะเริ่มต้น แต่ก็แย่เหมือนกันไหนจะต้องทำงานอีก ผมจะลองไปซื้อยาตัวนี้มา ขอบคุณคร๊าบ

#4 By kadad (203.146.145.186) on 2008-09-15 15:18

ขอบคุณครับ ผมก็เป็นเหมือนกันเดี๋ยวจะไปหาซื้อมาไช้บ้าง มันทรมานจริงๆๆครับ

#5 By MK (61.19.124.85) on 2008-10-10 11:37

ขอบคุณมากนะคะ กำลังเป็นเหมือนกัน ไปหาหมออย่างว่า เลย หั้ยอย่าคลายเครียดมา มีเพียบเพราะเบิกได้ แต่ก้อไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก้อหวังอย่างคุณ google ช่วยได้ และช่วยได้จริง จะลองจดชื่อยา แล้วไปซื้อมาลองดูนะคะ

#6 By เหนื่อยจัย (115.67.150.87) on 2008-11-04 21:41

ผมก็เป็นครับ เป็นมานานแล้ว ต้องกำหนดลมหายใจลึก ๆ ถึงจะหายใจได้ นอนก็นอนไม่ได้เหมือนมีใครมาบีบจมูก หายใจไม่ออกง่วงก็ง่วง บางครั้งเป็นมากจนเริ่มเบื่อไม่อยากจะหายใจมันแล้ว นี่ก็มาหาพระเจ้า google เหมือนกันหวังว่าจะช่วยเราได้ เจอบทความนี้แล้วใช่เลย ว่าแต่ว่า ยาที่ว่าเนี่ยหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปได้เองเหรอ ต้องมีใบสั่งยาจากหมอรึเป่า แล้วมีผลข้างเคียงไรไหมน้า!อยากรู้ อยากรู้ ช่วยที จะแย่อยู่แล้ว

#7 By ทรมัน (203.157.7.99) on 2008-11-10 09:30